วันนี้ขอบ่นแบบสามร้อยหกสิบหกองศาเพราะแม่งเครียดชิบหาย ตอนแรกที่ตัดสินใจเรียนประวัติศาสตร์ ม.บูรพา คือเรียนไรก็ได้ให้ได้ไกลบ้านที่สุด เลยลงประวัติศาสตร์เพราะคิดว่ามันคงเป็นวิชาที่ไม่อะไร คงแบบที่เราเคยเรียนมาตอนมัธยม พอมาเรียนเท่านั้นแหละแม่งผิดหมดทั้ง ประวัติสาสตร์แบบที่ถูกหลอกมาตลอด 18 ปีเต็ม ทั้งการเรียนที่โคตรแสนหนักหนาสาหัส คือแม่งอยู่กับหนักสือเป็นตั้งๆยังไม่พอ ต้องวิเคราะห์แบบอลังการล้านแปดความรู้เดิมนี้ ใครเอามาใช้โดนเฉาะ ต้องลงพื้นที่แบบตีลังกาสามตลบ แต่ข้อนี้ให้อภัยได้ เพราะชอบลงพื้นที่ แต่ลงตอนทำงานก็เหนื่อยอยู่
 
ประวัติศาสตร์ที่นี้เป็นการสอนประวัติศาสตร์แบบดิ้นได้ และเอาไปพูดกับใครไม่ค่อยได้ - - โถ่สงสารชีวิต เวลาที่บ้านคุยเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่เป็นซิมโบลิกของไทย นี่ได้แต่นั่งกดโทรศัพท์ยิกๆ เพราะไม่อยากมีส่วนร่วม เดี๋ยวโดนเฉกออกจากบ้าน
 
 
มาวันนี้ขึ้นปีสาม มหาลัยบังคับจบปีครึ่ง ต้องมาเจอสัมนา ตายคาที่เลยจ้าาาาา อีกสิบวันส่งบทนำป่านี้ยังคิดหัวข้อสัมนาไม่ออก อะไรก็ได้ที่จะทำให้เป็นประวัติศาสตร์ การสัมนาต้องไม่ใช่เรื่องที่กว้างเกินไปและแคบเกินไป ต้องน่าสนใจ ไม่ใช่เรื่องที่เมกเซนส์ได้ ต้องไม่ใช่งานศึกษาเกลื่อนกลาด จ้าจ้าจ้า อาจารย์สอนมาเป็นสิบปีถามจริงมีเรื่องอะไรที่อาจาย์ไม่รู้มั้งคะ แล้วถ้าไม่มีงานศึกษาที่ศึกษามาก่อนให้หนูใช้มโนศาสตร์เขียนงานหรอกคะ ฮือๆ ไม่ใช่ด๊อกเตอร์นะจารย์สงสารหนูบ้าง แล้วไม่เข้าใจอีกอย่างเดี๋ยวต้องทำนิพนธ์ ตอนจบ แล้วนิพนธ์กับสัมนานี่เป็นไรที่ใกล้เคียงกันโคตรๆ แค่นิพนธ์ไม่ต้องพูดเขียนเป็นเล่มให้เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วเอาเวลาไปฝึกงานไหมละ อันนี้เป็นความผิดของมหาลัยทำม้ายยย ทำร้ายกันได้ลงคอบังคับจบสามปีครึ่งไม่มีฝึกงานถามจริง เรซูเม่ที่ไม่มีฝึกงานนี่ เค้าโยนทิ้งตั้งแต่เดินมาสมัครแล้วไหมละ 
 
ะบายอย่างหนักหน่วยในวันที่คิดหัวข้อสมันาไม่ออก โอวัลติน ผ้าอนามัย ถุงยาง ดิน น้ำ ลม ไฟ ทหารจีไอ วัฒนธรรมตะวัน และอีกทั้งหลายแหล่ที่คิดไว้ แต่คิดประเด็นไม่ออกโปรดจงรวมตัวกันแล้วมาเกิดในสมองน้อยด้วยเถิด ฮือๆ 
ทริปนี้เป็นทริปหนีงานไปแรด 55555555 หัวข้อสัมนาไม่คิดวันจันทร์มีพรีเซนต์แต่ทุกคนดูไม่มีใครไหวตึงทั้งนั้น เมื่อแผนการลงพื้นที่ถูกยกเลิก ก็เลยไปที่อื่นทันที แฮ่
 
  ออกเดินทาง 17.1.15 - สัตหีบ - เกาะแสมสาร
 
 
อนแรกเราไปก็ไม่คิดอะไรก็จะไปดำน้ำถ่ายรูปเล่น และเห็นในพันทิปคนรีวิวเยอะ มีสองเกาะให้เลือกคือเกาะแสมสารและเกาะขาม เราไม่ไปเกาะขามเพราะเค้าบอกว่ามันเล็กแต่ดูในรีวิวก้น่าไปดี ค่าทุกอย่างที่นี้ถือว่าราคาก็อยู่ในเกณฑ์ที่โอเค 250 บาทรวมทุกอย่าง ค่าเรือไป-กลับ (ซึ่งเป็นการเดินทางข้ามเกาะที่สั้นที่สุดเท่าที่เคยข้ามมา 55555) ดำน้ำดูประการัง เท่าที่ดูรีวิวมามันมีเดินป่า ซึ่งถ้าจะเดินต้องบอกเจ้าหน้าที่ก่อน และปั่นจักยานตามใจชอบตามที่เค้าจัดไว้ ส่วนพายเรือ ( 20 บาท) 
 
 
  ขาไปเรานั่งรถจากบางแสนไปลงสัตหีบหาทางเข้ายากอยู่ เนื่องจากเราไม่ได้ลงตรงอนุเสาวรีย์ ร.6 ตามที่เจ้าหน้าที่บอกไว้เพราะลุงคนขับบอกจะเข้าไปส่ง ทีนี้เป็นไงหลงจ้าแม่งกูเกิ้ลเมพตั้งนานดีนะอยู่แถวนั้นทหารทั้งนั้นพอจะถามทางได้ พอถึงก็ไปต่อแถวรอซื้อตัวตอนแรกนึกว่าคนไม่เยอะ ฮื้อออหื้อากงอาม่าคนทำงาน กรุ๊ปบริษัท ทัวร์มาเต็มแม่งนึกว่าเปิดเข้าฟรี พอซื้อตั๋วเสร็จก็ไปรอตรงแถวเรือก็จะมีทหารคอยบอกเวลาขึ้นเรือ แต่เราเดินไปรอตรงท่าเลยกลัวไม่มีที่นั่ง สุดท้ายก็เป็นอย่างที่คิดแหละ คนเย็นชิบน้ำลายยุ่นเต็มหัวพูดทีไอทีทัวร์จีนนางไม่มีเกรงใจจ้า ฉ้งเฉ้งมากกก
 
 
พอมาถึงเค้าก็จะให้ไปนั่งฟังกฎระเบียบนู้นนี้นั้นบลาๆอวยนี้นั้นเสร็จก็ปล่อยตามอัธยาศัย ด้วยความที่พวกเราเคยเที่ยวแบบดิบๆการเที่ยวแบบนี้เลยงงว่า จะทำไรก่อนดีวะหลังจากยืนงงกันอยู่ซักพักก็นั้นแหละแยกย้ายถ่ายรูปหาดตรงท่าเรือทรายไม่ค่อยสวย แต่โลเกชั่นด้านอื่นโอเคมา มีชิงช้าให้โพสถ่ายถ่ายรูปเก๋ๆหลายจุดที่อื่นไม่มีแล้วนะ ตอนอ่านรีวิวเค้าบอกเกาะแสมสารเป็นหาดยาวสุดลูกหูลูกตา พอไปเท่านั้นแหละเอาไรมายาววะ ที่กว้างแล้วใช่ไหมนี่งง 55555 แต่ที่นี้น้ำใสม๊ากกแต่จะคนละอย่ากับทะเลใต้ แหงอยุ่ละ
 
 
 
หลังจากถ่ายรูปกันจนไม่มีอะไรให้ถ่ายพวกเราก็ไปนั่งรถที่จะไปตรงหาดลูกลม ซึ่งจะเป็นจุดดำน้ำ พอไปถึงพวกเราก็เห็นถึงความสวยงามที่จะถ่ายรูป 55555555 ไม่ใช่ก็เล็งก่อนหาที่เหมาะๆ ไปเจอเพิงใหญ่ที่ไม่ค่อยมีคนแถมร่มรื่นก็ยึดเป็นที่พัก ผ้าใบก็มีให้นั่งพรีตากลมกินข้าวเหนียมหมู ฟินสุด ถึงที่นี้จะไม่มีอะไรขายให้แต่มีน้ำมีมาม่าไม่อดตายแน่นอน กฎที่นี้อีกอย่างนึงก็คือห้ามบิกีนี้ พอมาที่เกาะก็นะเว้ยฝรั่งอ้ะ 
 
 
 
 
 
 
เราลุยดงไปถ่ายทุกที คือมันเล็กมากหน้าผงหน้าผาอะไรมีเราก็ไปถ่ายคือพยายามที่จะให้เยอะสุดละนะเว้ยแต่แม่งมีแค่นี้จริงๆละแก พอถ่ายรูปเสร็จเราก็ตัดสินใจเปลี่ยนชุดไปดำน้ำเสียดายเราไม่ได้มีกล้องมีอะไรไปเลยคือฝากไว้หมดเราเขาเอาเรือยางไปส่งละปล่อยไว้จุดดำน้ำเท่านั้น ไม่ใช่เรือใหญ่และมีคนเฝ้าไว้แแบบตอนที่เราไปดำน้ำที่เกาะล้านอม่งมีดีอย่างเดียวเรือเป็นสปีดโบ๊ทแค่นั้นแหละ 
 
 
ที่นี้เห็นประการังและปลาเยอะดีเยอะมากมากจนขนลุกแต่จะให้เทียบกับอันดามันก็คงไม่ได้เพราะมันคนละพื้นที่กัน ดำน้ำสนุกสนาน และตัวดำเมี้ยม ก็ขึ้นมาฝั่งและกินอย่างบ้าคลั่งเพราะหิวมาก 55555 นอนเล่นอัพรูปด้วยเน็ตกากๆ ที่เกาะสัญญาณเน็ตช้ามาก พอเสร็จก็จะไปอาบน้ำสรุปน้ำหมดจ้าาาาา น้ำหมดดด ต้องไปอาบเกาะที่ลงเรือมา พวกเราก็เลยนั่งตัวแฉะนอนเล่นเกลือกกลิ้งกันซักพักแล้วนั่งรถไปอาบน้ำที่หาดที่จอดเรือ เรียกงี้ไม่ใช่ไรนะคือจำชื่อไม่ได้ 555555 ห้องน้ำเป็นสภาพแบบเอาเขียวๆแบบทหารมากั้นเป็นสี่เหลี่ยมโลงๆห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก็เช่นกัน สัมผัสได้ถึงธรรมชาติเลย 5555 
 
 
ระหว่างรอเรือเที่ยวสุดท้ายก็งานเดิมถ่ายรูปเล่นแบบเดิมๆคือมันไม่มีอะไรทำจริงๆ เรือรอบสุดท้ายมาคนก็ไปกันหมดเกาะและแม่งกลัวโอเวอโหลดชิงชิงเยอะมหาศาลมาก แต่ดีอย่างระหว่างทางมันใกล้ใช้เวลาแปปเดียวในการเดินทางก็เลยโอเคหน่อย
 
 
 
 
 
สรุปทริปนี้ก็โอเคสำหรับ one day ทริปเกาะไม่ให้ค้างคืน สำหรับคนอย่างถ่ายรูป ดำน้ำดูประการัง ในราคาถูกและประหยัดเวลา ก็โอเค้
 

อันนี้เป็นการเขียนบล๊อคภาษาไทยครั้งแรกของเรา ธรรมดาเขียนแต่ภาษาอังกฤษ (แบบกากๆ) แลดูกระแดะ 5555555 สำนวนอาจจะแปลกๆเขียนเวิ่นเว้อไปบ้างตามลักษณะของบุคคล Cry

เราไปเที่ยวมาก็หลายที่ ไปกับเพื่อนบ้าง ไปกับครอบครัวบ้าง นี่ก็ไม่เชิงคนเดียวแบบสมบูรณ์แบบแต่มันก็คนเดียว ไม่รู้จะอธิบายยังไง ฮ่าาาา

ออกเดินทาง 23 ธัวาคม 2014  พังงา -> ตะกั่วป่า -> "เขาหลัก"

เข้าเรื่องเนอะ ช่วงปีใหม่เรากลับใต้บ้านเราอยู่นครศรีธรรมราชว่าจะไป count down กับแม่ แล้วตอนนั้นน้องก็ฝึกงานอยู่พังงาพอดีก็เลยบอกแม่ว่าอยากไปเที่ยว แม่เลยบอกว่าเออไปเลยดีเพื่อนของเพื่อนแม่ (ซึ่งแม่ก็ไม่รู้จัก5555) กำลังไปภูเก็ตทางผ่านพอดี เราก็ไปกับคนแปลกหน้าอีกครั้ง 5555 เเค้าก็ดีเป็นไกด์ขี้โม้ไปหน่อยแต่เค้าดีมากๆๆๆ พอถึงพังงาเค้าก็ส่งเราตรงท่ารถที่ไปตะกั่วป่า คือนั่งรถแดงๆคล้ายๆรถทัวร์อารมณ์รถเมล์แต่ขับไม่เหมือนสาย 8 ประมาณ 30 นาที น้องบอกให้มาลงตรงลากูน่า เกือบเลยเพราะหลับ!

เขาหลักเป็นเมืองท่องเที่ยวเล็กๆที่เงียบสงบมาก เห็นเค้าบอกว่าช่วงสึนามิคนตายเยอะสุดด้วยอืมม มันก็เลยคนน้อยมั้งที่นี้แทบจะไม่มีการอยู่อาศัยถาวรของผู้คนเลย มีแต่ร้านค้า โรงแรม ผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยว ร้านข้าว เพราะคงเป็นที่ท่องเที่ยวจ๋าาาเลย

หลังจากเราเข้าที่พัก ก็ไม่มีการพักไรทั้งสิ้นบอกให้น้องจัดไปเที่ยว ณ เดี๋ยวนั้นตอนนั้นประมาณ 5 โมงน้องไม่มีทำงานเลยไปหาใกล้ๆคือ หาดนางทอง พอเดินเข้าไปถึงในหาดนะ โอ้วววโหหหไม่มีคนไทยเลยเว้ย คือมีแต่ฝรั่ง บิกีนี่ เด็กน้อย และผู้ชายแซ่บๆ เต็มมมมไปหมด 

 
 
 
 
 
หลังจากกลับจากหาดน้องก็พาไปกินข้าว โอ้โหร้านข้าวนี่แม่งแพงไปไหนคือราคาปกติและถูกสุดอยู่ที่ 70 บาท สำหรับคนไทยเขาหลักคือไม่มีอะไรถูกเล้ยยยย พออยู่ไปสองสามวันจับทางถูกละคะเซ่เว่นคุณค่าที่คุณคู่ควร จัดไปตี่ดี้ดี ตีสนิทกับพนักงาน คือของถูกสุดแล้วจริงๆ ดีนะไม่ต้องนอนโรงแรม น้องฝึกงานเค้ามีหอพักพนักงานอีนี่เนียนเลยจ้าเวลาเค้ามาตรวจทีก็หลบคะ 5555 อยู่กับพวกน้องๆที่ฝึกงานก็สนุกสนานตามประสาเด็กใต้
 
บรรยากาศหน้าหอดีม๊ากกกกกก
 
เช้าวันต่อมาและเช้าวันอื่นก็ต้องเที่ยวคนเดียวละ น้องต้องทำงานไม่มีเวลาพาพี่เที่ยว หมดกันความฝันที่จะโพสท่าอลังการล้านแปด ก่อนที่จะตัดสินใจออกเดินไปเที่ยวในเขาหลักเนี้ยคืนที่วันที่ 23 ทะเลาะกับแฟนหนักมากเสียใจ แบบไม่รู้จะหาคำไหนมาอธิบายคือร้องไห้จนหลับไป ตื่นเช้ามาด้วยดวงตาบวมแป๊งงงแถมด้วยความเศร้าที่ยังค้างอยู่ในใจ 55555 ตัดสินใจอาบน้ำแต่งตัวเดิน เดิน เดิน
 
ว่าจะเดินไปหาดนางทองที่น้องพาไปเมื่อวาน คือมันก็ไม่ไกลมากประมาณโลกว่าๆ เดินได้ทางไม่วกวนหรือน่ากลัวอะไร ตามทางก็มีร้านค้า แขก อินเดีย SEA มาเต็ม เป็นที่น่าสังเกตว่าพวกลูกจ้างพวกนี้สามารถหารายได้ในเมืองไทยได้โดยเป็นลูกจ้างตามร้านค้าในสถานที่ท่องเที่ยวเพราะภาษาอังกฤษจะได้เปรียบกว่าลูกจ้างไทย
 
 
ตอนเดินเราก็ถามทางไปเรื่อยๆในที่สุดก็ถึงมันไม่รู้สึกเหนื่อยนะแถมยังรู้สึกไม่ค่อยเศร้าอีกด้วย เหมือนเราได้เดินๆไปเรื่อย มองนู้นนั้นหัวสมองโล่ง อารมณ์เหมือน Forrest Gump ตอนออกหักแล้วนางวิ่งไปร้อยๆไมล์ประมาณนั้นเลย
 
พอถึงหาดนางทองก็เดินอีกคือหาดจะเป็นแนวยาววววววสุดลูกหูลูกตาจะเดินซ้ายหรือขวาตามอารมณ์ได้เลย เราเลยเลือกเดินไปทางขวาเพราะซ้ายไปมาแล้วเมื่อวาน บอกเลยว่าเพลินมากเข้าใจคำว่า คนมาทะเลไม่หนีร้อนก็หนีรัก คือมันรู้สึกว่าขณะที่เราเดินไปเรื่อยๆเนี้ย มันได้อยู่กับตัวเองได้มองทะเลไปเรื่อยๆฟังเสียงคลื่น มองฝรั่งเล่นน้ำ ก่อปราสาท จูบ กอด กระเทาะมะพร้าว นอนอาบแดด คือทุกคนดูมีแอคทิวิตี้ของตัวเอง นี่ไม่ได้เว่อออออออออออร์แต่มันทำให้เรานิ่งกว่าเดิมจริงนะเว้ย ระหว่างเดินตามหาดตามต้นไม้ก็จะมีติดรูปเด็กๆและคำไว้อาลัยให้แก่ผู้เสียชีวิตในช่วงสึนามิด้วยเดินผ่านแล้วก็สะเทือนใจนะ ฝรั่งเดินผ่านนี่มีการยืนไว้อาลัยด้วยแหละเราก็ไปยืนอ่านนะสงสารเค้ามาก แต่พอน้องตื่นคำแรกที่น้องบอกคือ "พี่กูหายไปไหนนนนน!" ลืมไปเดินออกมานี่ไม่ได้บอกใครเลย 5555555555 
 
 
 
 
 
หลังจากวันนั้นก็เดินไปกลับทะเลตลอด ตกดึกก็ไปผับบ้างแล้วแต่เค้าพาไปกลางคืนไม่สามารถเที่ยวเองได้จริงๆหลังวันคริสมาสก็กลับทะเลาะกับแฟนอีกทีมีเรื่องราวมากเลยที่มันทำใจยากจริงๆ รักอะเนอะทำไงได้ถ้าเค้าไม่รักก็ทำใจอย่างเดียว ตอนมานั่งทำใจดูพระอาทิตย์ตกนี่น้ำตาตกเลย หอยบาดตีน 55555555 หลอกแกมันเศร้ามากกกกกกกกกก
 
 
 
อันนี้วันหยุดน้อง นางเลยพาไปน้ำตกวังเคียงคู่ เห็นชื่อก็สะเทือนใจละ 5555555 คนเยอะมากกก น้ำก็ไม่ค่อยน่าเล็กเลยไม่เล่นโพสท่าถ่ายรูปอยู่บนฝั่งก็พอ
 
 
พอมันเศร้ามากเข้าระยะทางไปกลับสองรอบต่อวันประมาณ 4 โลมันไม่พอเว้ยแกมันต้องการเพิ่มอยากเดินไปที่อื่นเลยลองถามเค้าดู พร้อมทั้งเสิชกูเกิ้ลเมพที่แม่งไม่เคยคำนวณระยะทางถูกเลย 55555555 ก็ได้ที่ที่น่าไปมากที่นึงคืออุทยานแห่งชาติเขาหลัก วันนั้นนึกคึกเลยไปถามร้านข้าวที่ไปนั่งกินบ่อยๆว่า เห้ยพี่ไปนี่เดินไปได้ไหม พี่ตอบมาด้วยความมั่นใจ โหยเดินไปเลยประมาณโลกว่าเหมือนหาดนางทองที่น้องเดินไปอะ เดินได้เรื่อยๆเลย
 
โอเคถ้าพี่ว่างั้นหนูก็ไป ก็เริ่มเดิน เดินไปเรื่อยๆก็คิดว่านี่เริ่มเลยจะโลนึงละใกล้ละๆๆๆ  เดินเดินเดิน แม่งไม่ใช่ละสองโลยังไม่ถึงนี่ไม่ไหวละ แวะถามลุงยามลุงบอกอีกนิดเดียวหนูแต่พอกูเดินเท่านั้นแหละสองโล คือไปถึงบอกเจ้าหน้าที่ว่าเดินมาจากไหนพี่แกถึงกับยื่นน้ำฟรีให้เลย 555555 ระหว่างทางเดินมันไม่ธรรมดาด้วยไง ทั้งทางที่สโลปเหมือนภูเขา คดเคี้ยว รถบรรทุก รถกระบะที่บีบแตรแซวกันอย่างสนุก คือการไปคนเดียวต้องหน้าขมึงถึง อารมณืประมาณว่ากูมีมีดนะถ้าเข้ามากูแทง 55555555 
 
 
อุทยานที่นี้ป่าส,ใจเลยจ้าคือและคือเดินมาสี่โลแล้วต้องมาเดินศึกษาธรรมชาติต่อออออ อืมนั่งก่อนสักสิบนาทีค่อยไปต่อเนอะ คือไม่ไหวจริง เศร้าอะไรนี่ไม่มีเลย เหนื่อยยยแทนนนนน !
 
เส้นทางศึกษาธรรมชาตินางไม่มีการพัฒนาอะไรทั้งนั้น เดินแบบดิบๆสายโหดสายแอดเวนเจอร์ต้องมา ละนี่ใส่ฟริบฟรอบมาเดินป่าคือไม่รู้มาก่อนจริงๆว่ามันจะเป็นแบบนี้ เลยถอดรองเท้าเดินเลยและคือมันไกลมากกกกกกกกกก แต่ระกว่างมันก็มีจุดชมวิวทะเล มีต้นอะไม่รู้อารมณ์เดินป่าจริงๆ แล้วคือเดินไปเรื่อยๆนี่ไม่รู้เลยว่าจะโผล่ตรงไหนทางก็เป็นเนินสูงๆ ข้ามต้นไม้บ้างเกาะเถาวัลบ้าง ชิดขอบทะเลเดินพลาดนิดเดียวหัวตกกระแทกหินลงทะเลได้เลย 5555555
 
 
 
 
ระหว่างทางเจอเพื่อนใหม่สองชาติคือสิงค์โปร์ มาเป็นคู่นางก็ถามเรานู้นนี่นั้น มาเที่ยวเองหรอ เดินมาหรอ พักที่ไหน นางดูอเมซิ่งไทยแลนด์กับเรื่องราวที่เราเล่ามากไม่รู้เข้าใจหรือแปลไม่ออกกันแน่ 5555555 พอเดินไปเรื่อยๆก็เจอกับอีกคนนางเป็นลุงอ้วนๆชาวสวิสนิสัยน่ารักตุ้ยนุ้ย เหงื่อนางท่วมตัวไกลซะขนาดนี้ ในมี่สุดก็พบทางออกเว้ยเกินมาประมาณ 11 สถานนีประมาณโลนึงได้มั้ง ก็เจอหาดเล็ก
 
  หูยยเหมือนลุยมาอยู่สวรรค์เลยอารมณ์แบบรอดละเว้ย คือหาดสวยมากอยากเล่นน้ำแต่ ไม่ได้เอาไรมากเล้ยยเซ็ง ส่วนขากลับนี้ไม่ต้องสืบ เดินไม่ไหวแล้วคะ โทรตามให้เพื่อนน้องมารับ เพลียร่างมาก คือรุ่นน้องทุกคนนี่เค้าไม่ได้ชมนะว่าหูยพี่เมเก่งจังเดินไปตั้งไกล มีแต่คนหาว่า บ้า ! 5555555555555 คนมันเศร้าอะแกก็ทำได้ทุกอย่างแหละ
 
 
เราอยู่พังงาหลายวันอยู่เราก็เที่ยวแบบที่เราสามารถเที่ยวได้ จริงๆเราเสียดายมากเราน่าจะเช็คให้รอบคอบคิดให้ดีดีไม่งั้นเราจะได้ไปเดินเล่นในเมือง ไม่ก็ไปหมู่เกาะสิมิลันที่สามารถนั่งรถกระเปาะไปได้ คิดละก็เสียดายอยู่ในใจ ที่นี้ฝรั่งหล่อเยอะนะอยากถ่ายรูป แต่ก็นะมาคนเดี๋ยวหยิบกล้องขึ้นมาคนนั้นก็มองคนนี้ก็ดูเก็บไว้ดีกว่าเดี๋ยวเค้าจะหาว่าบ้า 55
 
 
 
 
 
 
ความรักแม่งเป็นไรที่เข้าใจยากจังวะ แต่แม่งก็ทำให้คิดได้อะไม่อยากเห็นแก่ตัวละ เค้าไม่รักแล้วยืดไว้แม่งเค้าก็อึดอัดใจเปล่าๆ สู้นั่งเศร้าคนเดียวดีกว่าให้เค้าไม่มีความสุข นี่ไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้น แต่เอาจริงๆคือแม่งการยื้ดไว้แม่งเห็นแก่ตัวโคตรเลย แต่ถ้ามีคนอื่นเศร้าหนักอีกความรัคือการเห็นคนรักมีความสุขนี้แม่งโคตรสตอ มีความสุขก็ดีเว้ยแต่มีคนอื่นทนนี่ไม่ได้เว้ยย ดีนะเทอไม่มีใคร แค่ไม่รักแล้ว มั้ง..
 
แต่มาทะเลนี่มันดีจริงทำให้เราลืมเรื่องบางเรื่องไปชั่วขณะ เดินคนเดียวก็ต้องระวังตัวเองมากขึ้นอยู่กับตัวเองมากขึ้น คิดบางสิ่งบางอย่างว่าเห้ยย ความทรงจำอะมันคือสิ่งที่ดีเว้ยแต่มันให้จำทุกเรื่องหัวสมองแม่งก็แตกพอดี การทำใจเรื่องอะไรก็ตามแต่มันอยู่ในระยะเวลาของมัน ตอนที่เราเดินไปบนทรายเว้ยแล้วหันไปมองรอยเท้าตัวเองที่คลื่นมันซัดกลบแล้วมันก็ค่อยเลือนหายไป มันก็เหมือนความเจ็บตอนนี้แหละเออมันเจ็บเว้ย ก็อย่าตอกย้ำตัวเองเดี๋ยวมันก็หายไปเวลามันจะช่วยเอง ฮึบไว้เม ง่อวววววววว นี่เขียนเองก็เขินเอง 5555555555555
 
 
 

edit @ 14 Jan 2015 22:05:33 by Mayluxe

Personal Blog

posted on 19 Oct 2013 02:08 by mayluxe
I'm May.
Study History major at Bhurapha university so lovely place to living.
 
 
I like to read a lot but read about kind of book I like but everytime when I read study book I always fall as sleep.
 
I like to write because when I write is feel better from everything can make me down , I like to write at english because I'm shy lol really shy in Thia word it have so many word to use not same like english just littel word haaaa , I'm not good at english but I'm try to practice.
 
 
I'm like to travel a lot really like myself when I'm going somewhere. I'm also a backpacker too.
"Explore • Love • Journey • Adventure • Nature • Living in the momen " that all word can explain myself.
 
And music is my slod too because i'm always heartbroken lol!  love is something to understand for me haa. 
 
So welcome to my life , really life lol.
 
 

Categories